• vietnam01
  • vietnam02
  • vietnam03
  • vietnam04
  • vietnam05
  • vietnam06
  • vietnam07
  • vietnam08
  • vietnam09
  • vietnam10
  • vietnam11
  • vietnam12
  • vietnam13
  • vietnam14
  • vietnam15
  • vietnam16
  • vietnam17

 

The ceremony offering Maha Kathina to three temple in Vietnam

เวียดนาม จี๋โตน วัดตุ๊กฟ๊อค ท่านหลวงตาได้มาทอดถวายกฐินทุกๆปี ปีนี้เป็นปีที่ 4 ขอน้อมจิตถวายอานิสงส์บุญส่วนนี้ ไปถึงยังพระผู้มีพระภาค พระเถรานุเถระและท่านพุทธมามกะ เชิญท่านโมทนาสาธุด้วย
ปีนี้กฐินมี 2 วัด วัดที่หนึ่งคือ วัดตุ๊กฟ๊อค วัดที่สองคือ วัดตำเนียด กฐินทั้งสองมีดังต่อไปนี้ คือ

  1. พระปางประสูติพร้อมด้วยดอกบัว 7 ดอก และสระบัว 1 สระ
  2. อาสนะ 32
  3. บริวาร ผ้าไตรจีวร 32 และบริขาร 32
  4. องค์กฐิน พร้อมด้วยปัจจัย 10 ล้านดอง ร่วมถวายวันที่ 27 พฤศจิกายน 2555 ตอนเช้า เวลา 07.00 น. อันมีพุทธมามกะ มาจากประเทศไทย ออสเตรเลีย เวียดนามและกัมพูชา มาร่วมทำการทอดถวายพระมหากฐิน เมื่อทอดถวายจบแล้ว หลวงตาก็กลับมาพักผ่อนเพื่อเอาแรง วันพรุ่งนี้มาทอดถวายต่อเป็นองค์ที่ 2
  5. วันที่ 28 พฤศจิกายน 2555 มีการทอดถวายพระมหากฐินองค์ที่ 2 เชิญเทพเทพาทั้งหลายโปรดโมทนาด้วย มีขบวนแห่พระมหากฐินนั้น มีขบวนวัวเทียมเกวียน 10 ลำเกวียน ส่วนวัวนั้นประมาณ 20 ตัว นำขบวนกฐินแห่ออกจากบ้านโยม เวลา 06.00 น.ไปถึงวัดตำเนียด เวลา 11.00 น.

หลวงตาท่านจึงน้อมเอาจินตนาการของพระมหากฐินองค์สุดท้ายนี้ มาเล่าสู่ท่านฟัง สนุกเหลือล้น เกิดมาจนแก่ถึงอายุ 90 กว่าปีก็เพิ่งจะเคยเห็น ขอท่านจงรวมกายรวมใจปิติยินดีโมทนาด้วย หลวงตาท่านมีความอิ่มอกอิ่มใจมาก เสียงมันมีมากมายหลากหลาย เสียงอะไรคุณรู้มั้ยคุณโยม ฟังนะ...ขบวนโคบรรจุองค์พระมหากฐินและเครื่องบริวารทั้งหมด เมื่อออกเดินทางแล้ว ผู้ที่ขับเกวียนจับเชือกและชักมันเพื่อให้เดินเร็วๆ กลัวจะไปไม่ทันเวลาทอดถวาย แล้วฝูงโคทั้งหลายเหล่านั้น ยิ้มเห็นแต่ฟัน น้ำลายไหล ยังไม่ใช่แค่นั้น เท้าทั้งสี่ก็วิ่งไปบนถนน แล้วคุณลองจินตนาการตามดูว่า เสียงฝูงโคเทียมเกวียน เสียงดังกึกก้องไปบนถนน ชาวบ้านในหมู่บ้านต่างๆ 2 ข้างทาง ยาวประมาณ สิบกว่ากิโลเมตร พากันยืน แล้วส่งเสียงดังก้องว่า “โมทาเนีย” แปลว่า “โมทนา”พระมหากฐินของหลวงตามาแล้ว ส่วนฝูงโคก็เร่งรีบให้มาทันตามกำหนดเวลาทอดถวาย จะขอกล่าวถึงจินตนาการของฝูงโค เท้ามันวิ่งพร้อมๆกันส่งเสียงดัง ก๊อก..ก๊อก..ก๊อก..ก๊อก มารวมกันเป็นเสียงเดียวกัน เท้าของวัว 20 ตัวมี 80 เท้า รวมเป็นเสียงเดียวกัน หางมันก็แกว่งซ้ายแกว่งขวา สะโพกก็โยกซ้ายโยกขวา ชาวบ้านสองข้างทางต่างก็โห่ร้อง “โมทนา สาธุ. ด้วยความปิติยินดี” คนแก่ก็ยิ้มหวานเห็นแต่ฟัน หลวงตาก็มีความสดชื่นแจ่มใส ยิ้มหวานไม่น้อยไปกว่าญาติโยม

มีคำถามเกิดขึ้นมาว่า หลวงตาท่านยิ้มหวานเพราะอะไร

ตอบ เกิดมาจากท้องพ่อท้องแม่ ก็ไม่เคยรู้เคยเห็นขบวนวัวแห่ครื่องพระมหากฐินของหลวงตา มันช่างสนุกจริงๆ เพราะเหตุฉันนี้พระตถาคตจึงตรัสว่า สัตว์และมนุษย์ ในที่สุดมีความมุ่งหวังคล้ายกัน นั่นคือความหลุดพ้นออกจากความทุกข์ เพราะต่างก็ร่วมเกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งสิ้น ถึงแม้ว่าเขาเป็นสัตว์ เขาก็ไม่อยากตาย อยากมีอายุยืน อยากอยู่เป็นอิสรภาพ แต่มนุษย์เรานี้ชอบเบียดเบียน คำว่าเบียดเบียนคืออะไร ฆ่ามัน กินเนื้อมัน เอากระดูกมาต้มน้ำซุป กินแล้วว่าอร่อยมาก พอใจ ดีใจ โดยที่มนุษย์ทั้งหลายนั้นไม่คิดเลย ยุงตัวเล็กกัดก็ร้องลั่นว่าเจ็บจังเลย แต่เวลาฆ่าสัตว์นั้น ฆ่าเอาๆ ไม่ว่าอะไรเลย นั้นเป็นกิริยาของการเบียดเบียน ดั่งนั้นพระตถาคตจึงตรัสว่า “จงอย่าเบียด เบียนเขา และอย่าเบียดเบียนเรา จงอยู่ด้วยความสันติสุข รู้คุณค่าชีวิตของเราและชีวิตของผู้อื่น ถึงแม้ว่าสัตว์จะพูดไม่ได้ แต่ในใจของเขาก็มีความรู้สึกเช่น เดียวกับเรา ไม่ได้แตกต่างอะไรเลย เพราะรวมความแล้วก็มีชีวิตเช่นเดียวกัน” เมื่อเรามีความสุขแล้ว เขาเหล่านั้นก็มีความสุขเหมือนกัน แต่หลวงตาเอามากล่าวนี้ไม่ได้เอามาสอนท่าน ขอเชิญท่านโมทนาสาธุในส่วนบุญนี้ด้วยเถิด

สาธุ โมทนามหากฐินเถิด สิ่งประเสริฐเกิดขึ้นแล้ว คือ สุทธิทานังเม ปริสุทธัง ปรมังสุขัง จงเกิดมีขึ้นแก่ท่านทั้งหลายผู้ที่เป็นมนุษย์และเทพเทพา ภูมิมาเจ้าที่ ตลอดไปถึงสัตว์น้อยใหญ่ พร้อมด้วยฝูงโคเทียมเกวียน นำพระมหากฐินไปถึงจุดหมายปลายทางด้วยความปลอดภัย เมื่อสิ้นอายุขัยไปแล้ว ขอให้พวกท่านไปจุติในภพ ในภูมิใด ที่ท่านปรารถนานั้น จงสำเร็จสมบูรณ์ตามความมุ่งหวังของท่านนั้นเถิด และชีวิตอื่นๆด้วย จงได้รับความร่มเย็นเป็นสุขในบุญกุศลครั้งนี้ เราขอโมทนาด้วย

สุขี ปริพูนสติ (นี่คือ คำบาลีของลาว)

สาธุ อนุโมทามิ

ในเครื่องพระมหากฐินนั้นมี พระแก้วมรกตจำลอง 1 องค์ พระโมคคัลลา พระสารีบุตรพร้อมด้วยอาสนะ 21 ผืน พร้อมด้วยบาตร ไตรจีวร เป็นบริขาร 21 ชุด พร้อมด้วยปัจจัย 5 ล้านดอง เมื่อทอดถวายจบแล้ว ญาติโยมทุกคนที่มาจากประเทศไทย ออสเตรเลีย เวียดนาม และกัมพูชา ต่างก็อิ่มเอิบ ปิติสุขในบุญที่ทำมาแล้ว หลวงตาจึงได้ให้พรท่านทั้งหลายเหล่านั้น ขอจงเกิดปริสุทธิ ทานังเม ปริสุทธัง นิพพานัง ปรมัง สุขัง สุขไปด้วย กาย ใจ สติปัญญา กิจการงานหน้าที่ เกียรติยศ บรรดาศักดิ์ มั่งคั่ง สมบูรณ์พูนสุข ปราศจากทุกข์โทษภัย ขอจงเกิดมีแต่ความร่มเย็นเป็นสุขในจตุรพรชัยทั้งสี่ คือ อายุ วรรณะ สุขะ พละ นั้นเทอญ

ตื่นเช้าวันใหม่ก็ลาจากเวียดนามกลับบ้านด้วยความปลอดภัย

เมื่อกลับมาถึงยังประเทศไทย ญาติโยมก็ถามว่า งานกฐินเป็นอย่างไร ท่านว่าสนุกมากๆ ดีกว่านี้ไม่มีแล้ว ปีนี้เป็นปีสุดท้าย ได้บุญเยอะมาก หลวงตาหอบเอาบุญมาฝากมากเกินไป ท่านเลยเหนื่อย ขอพักผ่อนก่อน ขอท่านจงโมทนาเอาบุญส่วนนี้ด้วยกันนะครับ

สาธุ นะมัชเชหิ วันทามิ

เขียนครั้งวันทอดพระมหากฐิน วันที่ 28 พฤศจิกายน 2555 ที่ จี๋โตน จ.อันยาง ประเทศเวียดนาม ภาคกลาง

คุณโยม ณิสา ชาญศรี เขียนตามถวายหลวงตา